น้าเจีย@รัตภูมิซิตี้ทีม
Admin
 Admin
|
โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/04/13 02:06
ด้วยเครือข่ายศึกษา อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยวเ
ิงนิเวศลุ่มน้ำภูมี ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเขาพร
รัตภูมิซิตี้ดอทคอม วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา ศูนย์เพาะชำกล้าไม้สงขลา สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ 16 สถาบันวิจัยระบบสุขภาพภาคใต้ มูลนิธิชุมชนไทย มูลนิธิโคคา-โคล่า (ประเทศไทย) บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ภาคีสมาชิกกลุ่มและองค์กรภาคประชาช
ในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองภูมี อันประกอบไปด้วย อ.รัตภูมิ อ.ควนเนียง อ.บางกล่ำ จ.สงขลา ได้ดำเนินกิจกรรมสำรวจ ศึกษาข้อมูลสภาพป่าต้นน้ำเทือกเขาแ
้ว จุดกำเนิดป่าต้นน้ำลุ่มน้ำภูมี ตลอดถึงพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ แหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรมประเพณี วิถีชีวิต และสภาพปัญหาในลุ่มน้ำภูมีอย่างรอบ
้าน นำไปสู่แนวทางในการฟื้นฟู สร้างฐานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สร้างเสริมจิตสำนึกอนุรักษ์ให้กับช
มชน ในการดูแลหวงแหนและปกป้องผืนป่าต้น
้ำฯ พัฒนาด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ บนฐานวิถีชีวิตชุมชนอย่างสมดุลและย
่งยืน ซึ่งเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง ที่เราจะเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท และนำสู่การปฎิบัติร่วมกันอย่างแท้
ริง อันจะนำมาซึ่งความอยู่เย็นเป็นสุขแ
ะฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับลุ่
น้ำภูมีในลำดับต่อไป
ขอเชิญชาวลุ่มน้ำภูมีและผู้รักษ์ป่
รักษ์สิ่งแวดล้อม ร่วมกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม "ชาวภูมีรวมใจปลูกไทรและพันธุ์ไม้พื
้นบ้านพื้นบ้าน100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" ครั้งที่ 1 ในโครงการภูมียาตรารักษ์ป่ารักษ์น้ำ วันที่ 07 มีนาคม 2551 ณ น้ำตกโตนหมากลิ้ง ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา
กำหนดการ
07:30 09:00 น. ทำบุญผืนป่า พิธีกรรมทางด้านศาสนาพุทธ และอิสลาม
09:00 - 09:30 น. พิธีเปิด (นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายอำเภอรัตภูมิ )
09:30 12:00 น. ประธานจัดงาน นายณรงค์พร ณ พัทลุง นายอำเภอรัตภูมิ นำปลูกต้นไม้ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ชมรม องค์กร และประชาชนผู้สนใจทั่วไป
12:00 13:30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13:30 17:00 น. เวทีเสวนาด้านสิ่งแวดล้อม รวมพลคนรักษ์ป่า รักษ์น้ำ
17:00 17:30 น. พิธีมอบเกียรติบัตร และทุนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเครือข่ายศึกษาฯ
18:00 22:00 น. ฟรีคอนเสิร์ตเล่าขานตำนานเขาแก้ว แหลงเพลง เล่าเพลง นำโดย นักดนตรีจากราวป่า ดำสตูลและผองเพื่อน วงดอกหญ้า วง SAVE THE NATURE วง SOUTHERN วงจักรสุวรรณ วงบาโรย
หมายเหตุ : เวทีเสวนา "รวมพลคนรักษ์ป่า รักษ์น้ำ" มีการถ่ายทอดสดสัญญาณผ่านเครือข่าย
ิทยุชุมชนจังหวัดสงขลาและพันธมิตร 10 สถานี และในระบบอินเตอร์เน็ตผ่านสถานีรัต
ูมิซิตี้เรดิโอออนไลน์
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

เครือข่ายศึกษา อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและท่องเที่ยวเ
ิงนิเวศลุ่มน้ำภูมี โทร. 074-430-304, 086-969-9908
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
น้าเจีย@รัตภูมิซิตี้ทีม
Admin
 Admin
|
โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/04/13 02:25
ทำไมต้องปลูก "ไทร" ???
--------------------------------
ไทร ....นักบุญแห่งป่า นักฆ่าเลือดเย็น!
 นี่เป็นฉายาของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ม
ความน่าทึ่งและมหัศจรรย์ในตัว นั่นก็คือ ไทร (Ficus spp) แล้วทำไมจึงได้รับฉายาเช่นนี้ ? ไปหาคำตอบกันครับ
ในประเทศไทยมีไทรอยู่ประมาณ 90 ชนิด มะเดื่อ ต้นโพธิ์ ก็เป็นพืชตระกูลไทรเช่นกัน วิถีชีวิตของต้นไทรน่าสนใจและน่าศึ
ษาเป็นอย่างยิ่ง แบ่งเป็น 3 ระยะ ดังนี้
ระยะที่1 หลังจากที่นกซึ่งกินผลไม้เป็นอาหาร
่ายมูลทิ้งไว้ตามคาคบไม้ เมื่อมีความชื้น แสงแดดและอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็จะเริ่มงอกและพัฒนาระบบรากลงสู่พ
้น เมล็ดไทรที่จะงอกขึ้นมาได้ต้องอาศั
กระบวนการย่อยอาหารในกระเพาะอาหาร
องสัตว์ก่อนเท่านั้น เราจึงไม่พบว่ามีต้นไทรเล็กๆงอกตาม
ื้นดินบริเวณโคนต้นจากเมล็ดที่ร่ว
หล่นเลย ระยะที่2 เมื่อต้นไทรโตขึ้น ออกดอกออกผล บริเวณต้นไทรจึงเต็มไปด้วยสัตว์กิน
ืชนานาชนิด เช่น กระรอก กระแต นกนานาชนิด โดยเฉพาะนกเงือกที่โปรดปรานผลไทรมา
ที่สุด จึงเปรียบต้นไทรยามนี้ว่า เป็นตลาดนัดบ้าง ซุปเปอร์มาเก็ตบ้าง เพราะมีสัตว์ต่างๆมาจับจ่ายใช้สอยก
นอย่างคับคั่ง ธรรมชาติแล้ว ไทร คือผู้ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนแม้แ
่น้อย จึงเป็นที่มาของฉายาว่า นักบุญแห่งป่า
 ภาพประกอบจาก thaibirdpic.com นกกาฮังกำลังเพลิดเพลินกับผลไทร ระยะที่ 3 แหม! ใจดีซะขนาดนี้แล้ว ทำไมต้องเรียกว่า นักฆ่าเลือดเย็นด้วยล่ะ...อย่าลืมว่า
ทรโตขึ้นมาจากการอาศัยอยู่บนต้นแม
(ต้นที่ไทรเกาะ) เมื่อไทรโตขึ้นเรื่อยๆ ก็สร้างปัญหาให้กับต้นแม่ ที่ไม่ได้รับแสงแดดและถูกไทรโอบรัด
ป็นเวลานานหลายปี ไม่สามารถเติบโตได้ ขาดน้ำขาดอาหาร ในที่สุดต้นแม่ก็จะตายลง ทำให้ไทรได้ฉายาว่า นักฆ่าเลือดเย็น อีกฉายาหนึ่งด้วย... นี่คือวงจรชีวิตที่น่าอัศจรรย์ของไ
ร หลังจากที่ต้นแม่ตายลง และผุพังไปไม่นาน ไทรก็จะได้รับผลกระทบเช่นกันเพราะไ
รเป็นพันธุ์ไม้ที่ไม่แข็งแรงมากนั
เมื่อขาดโครงสร้างที่แข็งแกร่ง เมื่อมีลมพายุแรง ไทรก็จะโค่นล้มลง เป็นโอกาสให้ต้นไม้อื่นๆ ได้มีโอกาสรับแสงแดดเพื่อพัฒนาตนเอ
ให้เจริญเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไ
นั่นคือ วงจรชีวิตตามธรรมชาติครับ มีเกิดก็ต้องมีตายหมุนเวียนเป็นวัฏ
ักร ไม่ต่างจากมนุษย์เรา เพราะเราเองก็มาจากธรรมชาติ...และเป็
ส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นกัน เครือข่ายศึกษาฯเชื่อมั่นว่าในอนาค
อันใกล้ ผืนป่าเทือกเขาแก้ว ป่าริมคลองต่างๆในพื้นที่ลุ่มน้ำภู
ี ป่าริมรั้วสายดม จะฟื้นคืนความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาหารให้กับสัตว์น้อยใหญ่ เป็นหล่งพักพิงให้กับคน และหากลูกหลานเราเติบโตขึ้น แล้วเดินผ่านต้นไทรที่พวกเราร่วมกั
ปลูกไว้ ช่วงที่ลูกไทรสุกแล้วละก้อ... เขาก็จะได้ตื่นตาตื่นใจกับสารพัดสั
ว์ โดยเฉพาะนกนานาชนิดบนต้นไทร และหากโชคดี...ก็อาจจะเห็นนกเงือกตัว
ตกำลังกินลูกไทรอยู่
เพราะเป็นผลไม
้ที่มันโปรดปรานมากที่สุดเชียวครับ.
..
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
น้าเจีย@รัตภูมิซิตี้ทีม
Admin
 Admin
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/04/13 10:41
สาระน่ารู้เกี่ยวกับ ต้นไทร (Banyan Tree)
เว็บไซท์แนะนำ
http://www.nsm.or.th/E-exhibition/ficus/role.html
เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย
การเกิดและวงชีพของไทร
ไทร เป็นไม้ที่สำคัญชนิดหนึ่งของระบบนิ
วศ ในโลกนี้มีจำนวนไม่น้อยกว่า 800 ชนิด ซึ่งสามารถพบได้ในผืนป่าเขตร้อนและ
ขตอบอุ่น โดยเฉพาะในป่าดิบชื้น และเกาะต่างๆ ทั่วโลก
ต้นไทร อ. เวียงป่าเป้า จ. เชียงราย ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติขุนแจ ใกล้ๆ กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติ มีต้นไทรที่มีความโดดเด่นเจริญเติบ
ตจากต้นไม้หลายๆ ลำต้นแตกกิ่งก้านสาขาออกไปมากมาย กว้างใหญ่ให้ร่มเงาครอบคลุมพื้นที่
ึง 1,600 ตารางเมตร และมีพืชอิงอาศัยอยู่มากมายหลายชนิ
ต้นไทรที่มีขนาดใหญ่ที่สุด บันทึกไว้ใน Guinness Book of World Record ว่าเป็น ต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีรากค้ำยันมากมาย มีประมาณ 1,000 ราก และมีทรงพุ่มครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4 เอเคอร์ (10 ไร่)
บทบาทและหน้าที่ในระบบนิเวศ
ไทร ถูกจัดให้เป็น Keystone species ( สิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญ ) ประเภท Keystone food resource เพราะ ไทรเป็นไม้ที่สำคัญต่อสัตว์หลายๆ ชนิดในป่า เนื่องจาก สามารถออกผลได้ปีละหลายครั้ง ไทรต่างชนิดกันก็ออกผลคนละช่วงกัน ดังนั้นจึงทำให้ไทรเป็นแหล่งอาหารใ
้กับสัตว์ป่าได้ตลอดทั้งปี และกลายเป็นแหล่งอาหารหลักของสัตว์
่าหลายชนิดทั้งที่เป็นสัตว์กินพืช
นาดใหญ่ และทั้งสัตว์ที่กินทั้งพืชและสัตว์ ในป่าบางพื้นที่ มากกว่า 70% ของสัตว์ป่าทั้งหมดกินลูกไทรเป็นอา
าร และไทรยังเป็นตัวบอกถึงจำนวน สัตว์ผู้ล่า สัตว์กินผลไม้เป็นอาหารอย่างคร่าวๆ ได้อีกด้วย
ในฐานะเป็นแหล่งอาหาร
ผลไทรเป็นอาหารของสัตว์จำนวนมาก เช่น นก ลิง ชะนี หมูป่า กวาง เป็นต้น
ในฐานะเป็นที่อยู่อาศัย
พุ่มไทรเป็นที่อยู่ของสัตว์จำพวกนก และลิง บริเวณลำต้นซึ่งมีลักษณะเป็นซอก หลีบเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์เลื้อ
คลานและแมลงต่างๆ
ในฐานะเป็นองค์ประกอบของป่า
ไทรทำหน้าที่เป็นผู้คัดเลือกต้นไม้
ี่มีลักษณะไม่ดีออกจากระบบนิเวศ โดยการเติบโตบนต้นไม้นั้นและโอบรัด
นตาย เมื่อทรงพุ่มไทรใหญ่ขึ้น ลำต้นไม่อาจแบกรับน้ำหนักไหว ทำให้ต้องโค่นลง ก่อให้เกิดพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ในป่
ทึบขึ้น เปิดโอกาสให้ต้นไม้ชนิดใหม่ๆ งอกขึ้นบนพื้นที่นั้นๆ
ต้นไทรและแตนไทร


ปริศนาการกำเนิดของผลไทรนั้น ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เป็นตัวอย่างที่ดีในการแสดงให้เห็น
ึงวิวัฒนาการร่วมกันระหว่างสิ่งมี
ีวิตสองประเภท นั่นคือ แตนไทร และต้นไทร กล่าวคือ ดอกไทร มีขนาดเล็กและเกิดอยู่ในฐานรองช่อด
กที่หุ้มดอกเล็กๆเหล่านี้ไว้มิดชิ
มีเพียงรูเปิดเล็กๆให้ ี แตนไทรเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่สา
ารถลอดเข้าไปเพื่อผสมเกสรได้ และแตนไทรก็ได้ใช้ดอกไทรในการวางไข
อีกด้วย หากปราศจากสิ่งมีชีวิตชนิดใดชนิดหน
่ง สิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งก็จะต้องสู
พันธุ์ตามไปด้วย
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
น้าเจีย@รัตภูมิซิตี้ทีม
Admin
 Admin
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/04/13 11:01
ประมวลภาพ วิถี "ไทร ...นักบุญแห่งป่า"นกนานาชนิด สัตว์น้อยใหญ่ รวมถึงพืชหลากหลายชนิดได้พึ่งพา ...
นกปรอดอกลายเกล็ด

นกเขียวก้านตองใหญ่ (ตัวเมีย)

นกเขียวก้านตองเล็ก

นกปรอดสีน้ำตาลตาแดง

----------------------------------------- ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลภาพ : มหรรศจรรย์ ...ต้นไทร ที่โตนงาช้าง http://www.trekkingthai.com/cgi-bin/webboard/generate.pl?board=tkt_birdclub&content=1809
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
น้าเจีย@รัตภูมิซิตี้
Admin
 Admin
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/06/11 01:59
บทความจาก : เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดส
ขลา http://www.songkhlahealth.org/index.php?file=networkinfo&obj=forum(888) ----------------------------------------------
ต้นไทรแสนแปดสิบต้น แนวเคลื่อนเข้าหาของประชาคม

น้ำตกโตนลุงไข่ ชื่อนี้อาจยังไม่เป็นที่รู้จักมากน
ก ตามแนวเทือกเขาบรรทัดอันทอดผ่านอำเ
อรัตภูมิ จังหวัดสงขลายังมีน้ำตกอีกหลายแห่ง ที่ยังไม่ถูกรบกวนจากนักท่องเที่ยว
่างถิ่น
แนวเขาบรรทัดบริเวณบ้านหน้าเขา ตำบลท่าชะมวง อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เรียกว่าเขาแก้วเป็นที่ตั้งของน้ำต
โตนลุงไข่ การเดินทางเข้าไปถึงสถานที่แห่งนี้
่อนข้างสลับซับซ้อน
จากถนนสายเก่าหาดใหญ่ รัตภูมิ มีทางเข้าอยู่หลายทาง อาจเลี้ยวลงจากถนนใหญ่ตรงข้ามโรงเร
ยนห้วยโอนหรือใช้เส้นทางข้างโรงเร
ยนรัตภูมิวิทยา แต่คนไม่เคยไปอาจต้องแวะลงถามหลายค
ั้ง เพื่อลัดเลาะตามหมู่บ้านและสวนยางไ
บนถนนดินแคบ ๆ ที่บางแห่งน้ำเซาะเป็นร่องลึก ไล่เรื่อยจนได้ยินเสียงน้ำตกจากไหล
เขาทางทิศใต้ ในผืนป่าสิริกิติ์อันเป็นต้นน้ำสำค
ญของสงขลา ไม่ว่าคลองภูมี หรือคลองอู่ตะเภา
31 พฤษภาคมที่ผ่านมา เครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และท่องเที่ยวเชิงนิเวศลุ่มน้ำภูมี นำโดย วรัณ สุวรรณโน หรือ พี่เจีย ของน้องๆ ได้จัดกิจกรรมค่ายยุวชนต้นกล้ารักษ
ป่ารักษ์น้ำครั้งที่ 2 ขึ้นที่น้ำตกโตนลุงไข่ ทำให้น้ำตกดูคึกคักกว่าทุกวัน เพราะมีเยาวชนจากรัตภูมิเข้าร่วมกว
า 45 คนตั้งแต่ระดับชั้น ประถม-มัธยม เด็กเหล่านี้แม้จะมีภูมิลำเนาในพื้
ที่รัตภูมิ แต่บางคนไปเรียนต่างถิ่นทั่วสงขลา ขณะที่มีกลุ่มผู้ใหญ่ใจดีมาร่วมเป็
วิทยากรอีกไม่น้อยจากหลากหลายอาชี
ทั้ง ครู อาจารย์ เภสัชกร ตำรวจ ผู้นำชุมชน ฯลฯ
 โดยเฉพาะอาสาสมัครของเครือข่ายอนุร
กษ์สิ่งแวดล้อม และท่องเที่ยวเชิงนิเวศลุ่มน้ำภูมี
ั้นความเป็นมาน่าสนใจยิ่ง อดีตของพวกเขาจำนวนหนึ่งคือผู้ที่เ
ยผ่านมรสุมชีวิตเดินก้าวพลาดไปสู่
นทางของยาเสพติด แต่ทุกวันนี้ กลับตัวกลับใจอย่างเด็ดขาด หันมาทำงานเพื่อรับใช้สังคม พวกเขาเคยเสนอให้มีการอนุรักษ์กล้ว
ไม้รองเท้านารีในป่า เมื่อพูดกับใครก็ถูกหัวเราะกลับมา คิดดีแต่แทบไม่มีแนวร่วม โอกาสเพิ่งเปิดหลังจากมีการจัดกิจก
รมแผนสุขภาพจังหวัดสงขลาพวกเขาได้
ับการตอบรับจากเครือข่ายต่างๆ ไม่มองเป็นเรื่องไร้สาระอีกต่อไป

กล้วยไม้รองเท้านารี กำลังออกดอกสีม่วงสลับขาวเขียวเบ่ง
านสวยงาม จำนวนหนึ่งได้ถูกนำมาแสดงในกิจกรรม
รั้งนี้ด้วย
กิจกรรมวอล์คแรลลี่ เริ่มต้นบนแผ่นหินบนน้ำตกโตนลุงไข่ ลักษณะน้ำตกโตนลงลุงไข่ยามนีเห็นสา
น้ำเล็กๆ ไหลผ่านแผ่นหินขนาดใหญ่ ลงมาสู่แอ่งใสเบื้องล่าง ความชันไม่มาก เดินไต่สะดวก ไม่มีหินแหลมคม เด็กแถวนั้นที่ตั้งใจไปเล่นน้ำโดยเ
พาะ จึงมีวิธีเล่นหวาดเสียวโดยเดินขึ้น
ประดับสูงแล้วทิ้งตัวลงเหมือนสะพา
ลื่น หรือสไลเดอร์ในสวนสนุก ดูจะไม่อันตรายนัก
กิจกรรมเริ่มตั้งแต่การจัดการไหว้เ
้าที่เจ้าทางตามแบบโบราณ โดยการเชิญชาวบ้านผู้ประกอบพิธีโดย
รงมาทำพิธี เพื่อให้เด็กได้รับรู้ถึงพิธีกรรมใ
การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และตามแบบวิถีชุมชม นอกจากนั้นยังเป็นการขอพรจากเจ้าที
เจ้าทางให้เดินทางเข้าป่าอย่างปลอ
ภัย ตามความเชื่อ
เด็กถูกแบ่งออกเป็น 7 ทีม แล้วการแข่งขันก็เริ่มต้น ผู้เข้าร่วมจะถูกปล่อยเดินขึ้นเขาเ
้าป่าทีละทีมพร้อมกับวิทยากรพี่เล
้ยง ผู้เชี่ยวชาญเส้นทางในพื้นที่ เดินขึ้นไปสู่ยอดเขาแก้ว เล่นเกมเก็บคะแนนตามโจทย์ ของการแข่งแรลลี่ทั่วไป เพียงแต่คำถามให้บอกชื่อต้นไม้ , ต้นไม้ที่กินได้ ฯลฯ กระทั่งผลการแข่งขันอาจจะไม่ใช่สาร
สำคัญ เพราะหลักใจความสำคัญเป็นเพียงเครื
องมือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง

กิจกรรมนี้เราไม่คาดหวังเรื่องวิช
การ แต่ต้องการให้เด็กที่เข้าร่วมได้ซึ
ซับบรรยากาศของผืนป่า พวกเขาจะเห็นวิวทิวทัศน์ เห็นกล้วยไม้ อะไรต่างๆ การมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ก็จะตาม
า พี่เจีย เดินถือกล้องถ่ายวิดีโอ ถ่ายภาพไปด้วย และคุยให้ฟัง ถึงเรื่องราวเกี่ยวกับโครงการและเก
่ยวกับป่าผืนนี้ ที่เขาคุ้นเคยดี ด้วยบทบาทของเครือข่ายอนุรักษ์สิ่ง
วดล้อม และท่องเที่ยวเชิงนิเวศลุ่มน้ำภูมี อันมีแนวคิดต่อขั้นตอนการพัฒนาการท
องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยเริ่มตั้งแต่ทำการศึกษาเพื่อไปส
่การอนุรักษ์ให้เข้มแข็งเสียก่อน ส่วนการจะเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวน
้นเอาไว้เป็นเป้าหมายปลายสุด
ถ้าชุมชนไม่เข้มแข็ง ยังไม่ชัดเจนในเรื่องการจัดการ การอนุรักษ์ จะปล่อยให้การท่องเที่ยวเกิดขึ้นไม
ได้ พี่เจียเล่าว่าต้องสร้างวิถีให้ชาว
้านใหม่ในการเฝ้าระวังต้นไม้ ป่าแถบนี้เดิมเคยถูกแผ้วถางบุกรุกม
ก่อน ขนาดมีคนขนกล้วยไม้และพันธุ์ไม้ป่า
างชนิดออกไปขาย กันเป็นกระสอบเลยทีเดียว การเวนคืนประกาศเป็นพื้นที่สวนป่าส
ริกิติ์ น่าจะเป็นสัญญาณที่จะต้องฟื้นฟูสภา
ธรรมชาติให้กลับมาใหม่อีกครั้ง แม้ว่าถัดจากน้ำตกลงไปจะถูกรุกคืบด
วยสวนยางพาราเข้ามาใกล้

อย่าดึงต้นไม้นะครับ ห้ามเด็ด เก็บภาพได้อย่างเดียวห้ามเก็บต้นไม
พี่เจียเตือนน้องคนหนึ่ง ที่เผลอไปจับกล้วยไม้ลอยขึ้นมาจากพ
้น พร้อมกับอธิบายว่าแม้เป็นกล้วยไม้ท
่ไม้ต้องยึดเกาะ ดูแล้วเป็นเหมือนเศษอะไรสักอย่าง แต่เป็นส่วนประกอบสำคัญของป่า
เดินปีนป่ายขึ้นเขาไปตามทางของการแ
่งขันที่ชันและรก สภาพภูเขาที่มีพื้นแผ่นหินขนาดใหญ่
ังอยู่ทั่วไป บริเวณแผ่นหินผาเตียนโล่งเปล่าเปลื
ยจากไม้ใหญ่ ในยามฝนชุกเดาได้ไม่ยากว่าคือทางที
น้ำไหลบ่าลงมาจากยอดเขาจนอาจจะมอง
ห็นสายน้ำกระทบแดดระยิบระยับจากระย
ะไกลจากพื้นราบเบื้องล่างโน่นทีเดี
ว แต่ในยามที่น้ำเหือดแห้ง คราบตะไคร่น้ำแห้งสนิท พื้นไม่ถึงกับลื่นมาก เดินไปตามแนวแผ่นหิน และบางช่วงต้องหลบหลีกซอกหินอย่างร
มัดระวัง เมื่อได้หยุดพักบริเวณโล่งๆ จะมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่าง สุดลูกหูลูกตาที่ลงพื้นด้วยสีเขียว ยกเว้นภูเขาที่ถูกขุดผ่าซีกเอาดินล
กรังสีส้มเป็นรอยหมองเว้าแหว่งบาง
ห่ง นั่นเป็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมอี
ประเด็นหนึ่งที่ดำรงอยู่
ระหว่างทางนอกจากสัญลักษณ์สำหรับกา
เดินไปสู่จุดหมายในเกมแล้ว พี่ๆ ผู้ใหญ่ใจดีทั้งหลาย เอาป้ายมาติดบนต้นไม้ เพื่อบอกว่ามีต้นอะไรบ้าง ขี้แรด เคียนหิน ตอป่า ขอมป่า กระเรกระร่อน ฯลฯ ท่ามกลางเสียงนกร้องจากปลายไม้ เสียงแมลง หากสำหรับเด็กยุคใหม่ อาจเป็นเรื่องที่ไกลตัว ที่เขาจะทำความรู้จักกับชื่อพืชหรื
สัตว์ลักษณะนี้ถ้าไม่ถูกชักจูงด้ว
เกม
อย่างไรก็ตามกิจกรรมในวันนั้นและกล
่มเด็กกลุ่มนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นท
่น่าสนใจทีเดียว ในการดึงคนรุ่นใหม่กลับมาเป็นแนวร่
มในการอนุรักษ์ ในเมื่ออนาคตที่แท้จริงอยู่ในมือพว
เขาเหล่านี้

พี่เจียเล่าระหว่างการเดินไปกับน้อ
ๆ กลุ่มหนึ่งว่า เพื่อฟื้นฟูความสมบูรณ์ของผืนป่าแห
งนี้กลับมาได้มีโครงการปลูกต้นไทร
ำนวน 100,080 ต้น เพื่อถวายในหลวงในวโรกาสพระชนมายุ 80 พรรษาในปีนี้ด้วย โครงการดังกล่าวกำลังเริ่มต้นแล้ว โดยได้รับการอุดหนุนพันธ์ไม้เบื้อง
้น จากศูนย์เพาะชำกล้าไม้ ฯ มีทั้งการนำต้นมาปลูก และหาเมล็ดของต้นไทรใส่ในดินปั้นเป
นลูกบอล แล้วช่วยกันโยน การปลูกจะดำเนินการไปเรื่อยๆ โดยไม่รีบปลูกให้ครบตามจำนวนในคราว
ดียว แต่จะทำไปเรื่อยๆ ใครก็ได้มาช่วยกันปลูก ต้องการความยั่งยืนทางกายภาพและสำน
กทางธรรมชาติที่จะก่อตัวในจิตใจผู
คนทีละน้อย
ในอนาคตเมื่อป่าต้นไทร เกิดขึ้นความร่มรื่น ชุ่มชื้นจะกลับคืนมาอีกครั้ง ฝูงสัตว์ป่าจะตามมาหลังจากต้นไทรกล
ยเป็นแหล่งอาหารคงจะได้เห็นลิงตัว
ริง แทนที่จะเห็นแต่ กางเกงลิง ที่พี่ๆ เอาไปแขวนเอาไว้ในราวป่า เป็นเกมหลอกให้น้องๆที่เข้าร่วมแข่
ขันแรลลี่ ใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูเท่านั้น

เส้นทางวอร์คแรลลี่ วันนั้นระยะทางน่าจะอยู่ที่ 1กิโลเมตรเศษ เวลาเดินของผู้ชำนาญการเดินป่าราว 30 นาที อย่างไรก็ตามเด็กมีโอกาสได้ถูกปล่อ
เข้าไปเดินเล่น ในป่าเกือบ 2 ชั่วโมงอย่างอิสระ แฝงไว้ด้วยความตื่นเต้น ผจญภัยเล็ก ระหว่างการไต่ขึ้นหรือโรยตัวตามเชื
กในจุดสูงชันของหินผา นับว่าหลายคนได้ซึมซับบรรยากาศของธ
รมชาติ ซึ่งคงมากกว่าการเรียนรู้ตามระบบที
ไม่มีกลิ่นไอของชีวิตแท้ๆ
กลิ่นข้าวที่หุงด้วยกระบอกไม้ไผ่ ในฐานของการดำรงชีวิตในป่า ทำให้เข้าถึงชีวิตและป่ายิ่งขึ้นอี
ขณะที่นั่งพักดื่มน้ำ รับลมพัดเย็นในจุด RC ใกล้จะสุดท้าย ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนบางเรื่องราว
ผู้ใหญ่ใจดี คนหนึ่งจากเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแว
ล้อม และท่องเที่ยวเชิงนิเวศลุ่มน้ำภูมี เล่าว่าการส่งเสริมการท่องเที่ยวใน
ริเวณนี้ในอนาคต ยังมีหลายสิ่งที่น่าสนใจ ในป่าแห่งนี้ยังมีสถานที่ประวัติศา
ตร์ เป็นอุโมงค์ของทหารพรรคคอมมิวนิสต์ จากการสู้รบทางการเมืองในอดีต จากการสำรวจเบื้องต้นพบลักษณะที่คล
ายกับอุโมงค์ทหารป่าในแหล่งอื่น ๆ นอกจากนั้น สถานที่หลายแห่งในอำเภอรัตภูมิยังเ
ี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์หน้าสำคั
ของประเทศไทย คือเป็นทางเดินของนักโทษที่จะนำไปถ
กจองจำที่เกาะตะรุเตา

ผมเห็นว่าการเล่าตำนานของสถานที่ อย่างผูกโยงเป็นเรื่องน่าสนใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ ชาคริต โภชะเรือง จากเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจ.สงขล
า มาเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วยนำ
สนอ เขายังมองว่า การจัดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จะ
ข้ามามีบทบาทแทนที่การท่องเที่ยวแ
บเดิมค่อนข้างมากหลังจาก การท่องเที่ยวหลักในพื้นที่ประสบปั
หาต่างๆ อย่างไรก็ตามถ้าจะให้ได้รับความสนใ
มาก อาจจะต้องจัดเส้นทางการท่องเที่ยวใ
อำเภอรัตภูมิทั้งหมดให้เชื่อมโยงก
นด้วย
ทุกอย่างน่าจะเชื่อมโยงกันได้หมด ชาคริตมองว่า แม้แต่เด็กที่อยู่ในลุ่มน้ำสำคัญ 4 แห่ง ในจังหวัดสงขลามาเจอกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่แตกต่
งกัน ในเรื่องเดียวกัน อันนำไปสู่การขับเคลื่อนที่ใหญ่ขึ้

ดูเหมือนว่าความเชื่อมโยงของเครือข
ายต่างๆกำลังก่อร่างอย่างเงียบๆ และมั่นคง เห็นได้จากกิจกรรมในวันนั้นมีคนทั้
ในและต่างเครือข่าย มาร่วม พวกเขาได้สนทนาแลกเปลี่ยนในกิจกรรม
ี่ทำอยู่ และพร้อมเคลื่อนเข้ามาหากัน
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
คนรักษ์ป่า
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/07/20 11:01
อยากเข้าร่วมกิจกรรมด้วยค่ะ อยากปลูกต้นไม้
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
กอหญ้า ...ในป่าใหญ่
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/07/21 19:50
"งดงามในดวงตา สูงค่าในดวงใจ" ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้คนทำดีทุกค
ค่ะ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
คนท่องไพร
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/07/26 23:46
ลูกไทรเป็นอาหารของนก เมื่อนกกินลูกไทรแล้วถ่ายมูลไว้บนค
ไม้หรือเปลือกไม้ เมื่อเมล็ดไทรได้รับความชื้นและอาห
รที่เหมาะสมก็จะงอกรากคอยดูความชื
นและและธาตุอาหารจากลำต้นของต้นไม้
ที่เกาะอาศัยอยู่ และพยายามงอกรากลงสู่พื้นดินเพื่อด
ดธาตุอาหารขึ้นไปเลี้ยงลำต้น ขณะเดียวกันก็แผ่กิ่งก้านขึ้นปกคลุ
ต้นไม้ที่ตัวเองเกาะอาศัยอยู่ ทำให้ต้นไม้ที่ไทรเกาะอยู่ไม่สามาร
หาอาหารได้และตายลงในที่สุด บางครั้งเราจึงได้ยินสมญานามของ ต้นไทรว่า เป็นนักบุญแห่งป่านักฆ่าเลือดเย็น ที่ได้ชื่อเป็นนักบุญเพราะว่า เมื่อลูกไทรสุก จะเป็นอาหารของ เก้ง กวาง กระรอก กระแต ลิง นกชนิดต่างๆ ไทรจึงเปรียบเหมือนซุปเปอร์มาร์เก็
หรือตลาดสดของสัตว์ป่า เป็นเหมือนนักบุญที่เผื่อแผ่อาหารใ
้สัตว์ต่างๆได้กินและอาศัยหลบภัย ขณะเดียวกันก็เป็นนักฆ่าเลือดเย็นท
่ทำลาย แม้กระทั่งต้นไม้ที่ตัวเองอาศัยหล่
เลี้ยงตัวก่อนจะเติบใหญ่ โตค่อยๆฆ่าให้ตายโดยช้าๆ
เป็นโครงการที่ดีมาก ขอชื่นชมและเป็นกำลังใจให้สำเร็จตา
เป้าหมาย มีโอกาสจะขอร่วมกิจกรรมด้วยครับ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
เครือข่ายศึกษาฯ
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/07/27 00:08
พืชอาหารของนก บริเวณถ้ำน้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน
Food Plants of Birds at Tham Nam Lod, Mae Hong Son Province
สวัสดิ์ สนิทจันทร์ 1 Sawat Sanitjan
นริทธิ์ สีตะสุวรรณ 1Narit Sitasuwan
บทคัดย่อ
การศึกษาพืชอาหารของนกบริเวณถ้ำน้ำ
อด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2542 ถึงเดือนสิงหาคม 2543 พบพืชที่เป็นอาหารของนก 55 ชนิด จาก 27 วงศ์ จัดเป็นพืชที่นกกินผล 33 ชนิด พืชที่นกกินดอก 14 ชนิด พืชที่นกกินน้ำหวานจากดอก 6 ชนิด และพืชที่นกกินทั้งผลและดอก 2 ชนิด โดยพืชที่เป็นอาหารของนกมีการสลับก
นออกผล ออกดอกตลอดปี พบว่าพืชที่ผลมีเนื้อขนาดเล็กและมี
รงพุ่มขนาดใหญ่มีนกมากินจำนวนมาก โดยเฉพาะพืชจำพวกไทรในสกุล Ficus ซึ่งบางชนิดออกผลหลายครั้งใน 1 ปี พบนกที่กินพืชเป็นอาหาร 49 ชนิด จาก 17 วงศ์
Abstract
Food plants of birds were studied at Tham Nam Lod, Mae Hong Son Province from September 1999 to August 2000. This is a limestone area with a seasonal climate and deciduous forest. There were 55 species of food plants from 27 families. The birds fed on 33 species of fruits, 14 species of flowers, 6 species of nectar-producing flowers and 2 species of both fruits and flowers. These food plants fruit and flower at different times throughout the year. Small and soft fruits are readily consumed, especially the genus Ficus, in which some species fruit more than once a year. There were 49 species of birds from 17 families observed during this project.
1ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 50200
ผลและวิจารณ์ผล
จากการศึกษาพืชอาหารของนกบริเวณถ้ำ
้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีสภาพโดยทั่วไปเป็นป่าเบญจพรร
ป่าเต็งรังและบางส่วนเป็นป่าดิบแล้
ในบริเวณใกล้แหล่งน้ำ พบพืชที่เป็นอาหารของนก 55 ชนิด จาก 27 วงศ์ จัดเป็นพืชที่นกกินผล 33 ชนิด พืชที่นกกินดอก 14 ชนิด พืชที่นกกินน้ำหวานจากดอก 6 ชนิด และพืชที่นกกินทั้งผลและดอก 2 ชนิด โดยพืชที่เป็นอาหารของนกมีการสลับก
นออกผล ออกดอกตลอดปี ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ Dorst (1974)
พืชอาหารของนกแต่ละชนิดมีจำนวนและช
ิดของนกมากินแตกต่างกัน พบว่าพืชที่ผลมีเนื้อขนาดเล็ก ผลอ่อนนุ่มหรือผลสุก มีทรงพุ่มขนาดใหญ่และมีผลจำนวนมากจ
มีนกมากินจำนวนมาก สอดคล้องกับงานวิจัยของ Corlett (1998) และ Corlett (1996) ที่พบว่านกจะไม่เลือกกินผลไม้ที่มี
นาดใหญ่เกินไปเพราะกลืนลำบาก หรือผลไม้ที่แข็งเกินไปเพราะยากต่อ
ารขบกัด ถ้าทรงพุ่มของต้นไม้ที่นกกินมีขนาด
หญ่และมีผลจำนวนมากเพียงพอให้นกกิ
ผลไม้ทั้งหมดกิน นกแต่ละชนิดจะกระจายกันกินผลไม้ นั่นคือนกทั้งหมดไม่ได้แก่งแย่งกัน
นเรื่องปริมาณอาหารและพื้นที่ที่จ
เกาะ แต่ถ้าต้นไม้ขนาดเล็กพื้นที่ทรงพุ่
น้อย เมื่อเทียบกับจำนวนนกกินผลไม้ทั้งห
ดที่มากินพร้อมๆกัน นกจะบินเข้า-ออก เพื่อกินผลไม้สลับกันเป็นครั้งๆไปห
ือไม่ก็รอเวลาให้นกชนิดอื่นออกไปก
อนจึงบินเข้ากินซึ่งเป็นผลลัพธ์จาก
กระบวนการแก่งแย่ง (บุญร่วม, 2529)
จากการศึกษาที่ถ้ำน้ำลอดพบว่าพืชจำ
วกไทรมีนกมากินผลจำนวนมาก เช่น ผักเลือด (Ficus virens Ait. var. sublanceolta (Miq.) Corn.) มีผลแก่และสุกในช่วงเดือนสิงหาคมถึ
เดือนมกราคมและมีผลอีกครั้งในช่วง
ดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม เดื่อไทร (Ficus glaberrima Bl. var. glaberrima) มีผลแก่และสุกในช่วงเดือนธันวาคมถึ
เดือนกุมภาพันธ์และมีผลอีกครั้งใน
่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ไทรย้อยใบทู่ (Ficus microcarpa L. f. var. microcapa forma microcarpa) มีผลแก่และสุกในช่วงเดือนพฤศจิกายน และมีผลอีกครั้งในช่วงเดือนมีนาคมถ
งเดือนเมษายน ซึ่งพืชจำพวกไทรในสกุล Ficus นี้มักจะสุกไม่พร้อมกันและออกผลหลา
ครั้งใน 1 ปี และพืชที่มีนกมากินผลจำนวนมากเช่น หัสคุณผี (Bridelia stipularis (L.) Bl.) มีผลแก่และสุกในช่วงเดือนกันยายนถึ
เดือนมกราคม และผ้า (Callicarpa arborea Roxb. var. arborea) มีผลแก่และสุกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึ
เดือนกันยายน ปอเรียงขาว (Grewia eriocarpa Juss.) มีผลแก่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือ
กรกฎาคมและประดู่น้ำ (Bischofia javanica Bl.) มีผลแก่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือ
มกราคม ส่วนพืชที่นกกินดอกและน้ำหวานมีนกม
กินจำนวนน้อย พืชที่นกกินดอกเช่น ปอตู้บหูช้าง (Sterculia villosa Roxb.) แดง (Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub. var. kerrii (Craib&Hutch.) Niels.) พืชที่นกกินน้ำหวานเช่น งิ้วป่า (Bombax anceps Pierre var. anceps) กาฝาก (Scurrula ferruginea (Jack) Dans.) ส่วนพืชที่นกกินทั้งผลและดอกเช่น เขือดง (Solanum verbascifolium L.) โดยนกที่กินน้ำหวาน เช่น นกเขียวก้านตองหน้าผากสีทอง นกเขียวก้านตองปีกสีฟ้า นกกาฝากสีเรียบ นกกาฝากก้นเหลือง นกสีชมพูสวน ฯ
จากการศึกษาพบนกกินพืชเป็นอาหารทั้
สิ้น 52 ชนิด จาก 17 วงศ์ จัดเป็น 2 กลุ่ม คือ 1) นกที่กินผลไม้เป็นอาหารหลัก บางครั้งพบกินแมลงเป็นอาหารเสริม (Frugivorous birds) 32 ชนิด เช่น นกเขาเปล้าธรรมดา นกโพระดกธรรมดา นกตีทอง นกปรอดเหลืองหัวจุก นกกาฝากสีเรียบฯ 2) นกที่กินผลไม้และแมลงหรือสัตว์อื่น
ป็นอาหารในปริมาณเท่าๆกัน (Omnivorous birds) พบ 20 ชนิด เช่น นกปีกลายสก็อท นกขุนแผน นกกะรางสร้อยคอเล็ก นกกะรางสร้อยคอใหญ่ฯ (Lekagul and Round, 1991) โดยนกในวงศ์ Pycnonotidae เป็นนกกลุ่มที่เด่นที่สุด เช่น นกปรอดเหลืองหัวจุก (Pycnonotus melanicterus)
การศึกษาพืชที่เป็นอาหารของนกมีประ
ยชน์ในการแนะนำชนิดของพืชท้องถิ่น
พื่อนำไปปลูกทดแทนป่าที่ถูกทำลาย เพื่อให้เป็นแหล่งอาศัยและอาหารของ
กและสัตว์อื่นๆ เป็นการดึงดูดสัตว์ให้เข้ามาในพื้น
ี่ จึงเป็นการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ดีวิ
ีหนึ่ง (Robinson et al., 1993) และการศึกษาช่วงเวลามีดอกและผลของพ
ชที่เป็นอาหารของนกและชนิดของนกที
มากินเพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจ
ัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในพื้น
ี่โดยการแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมใ
การจัดกิจกรรมการดูนกและเดินป่าศึก
ษาธรรมชาติ
สรุปผลการศึกษา
จากการศึกษาพืชอาหารของนกบริเวณถ้ำ
้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตั้งแต่เดือนกันยายน 2542 ถึงเดือนสิงหาคม 2543 พบพืชที่เป็นอาหารของนก 55 ชนิด จาก 27 วงศ์ จัดเป็นพืชที่นกกินผล 33 ชนิด พืชที่นกกินดอก 14 ชนิด พืชที่นกกินน้ำหวานจากดอก 6 ชนิด และพืชที่นกกินทั้งผลและดอก 2 ชนิด โดยพืชในวงศ์ Moraceae มีจำนวนมากที่สุด พืชอาหารของนกที่ผลมีเนื้อขนาดเล็ก มีทรงพุ่มขนาดใหญ่และมีผลจำนวนมากม
นกมากินจำนวนมาก โดยเฉพาะไทรในสกุล Ficus และพบนกที่กินพืชเป็นอาหาร 49 ชนิด จาก 17 วงศ์ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ1) กลุ่ม Frugivorous birds พบ 32 ชนิด และ 2) กลุ่ม Omnivorous birds พบ 17 ชนิด โดยนกในวงศ์ Pycnonotidae เป็นนกกลุ่มที่เด่นที่สุด
กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบพระคุณ อาจารย์นันทิยา อัจจิมารังษี ที่กรุณาให้คำปรึกษา Mr. J. M. Maxwell และ คุณปราณี ปาลี หอพรรณไม้ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่ให้ความรู้
ละจำแนกชนิดของพืช สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์ส
ตว์ป่าถ้ำน้ำลอด ที่เอื้อเฟื้อสถานที่และให้ความช่ว
เหลือในการทำวิจัย
โครงการ Shell Forestry Limited Student Support Grant ที่ให้ทุนอุดหนุนในการทำวิจัยครั้ง
ี้
เอกสารอ้างอิง :
กนิษฐา อุ่ยถาวร. 2542. การศึกษาเพื่อเปรียบเทียบการเลือกก
นอาหารของนกเงือก 3 ชนิด ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้
จังหวัดอุทัยธานี. ใน โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโ
บายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเ
ศไทย : 524-529.
บุญร่วม สิงหากัน. 2529. การกระจายของนกในวงศ์นกปรอด (Family Pycnonotidae) บนดอยสุเทพและดอยปุย จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, จังหวัดเชียงใหม่
วีรยุทธ์ เลาหะจินดา. 2526. ปักษีวิทยา เล่มที่ 1. ภาควิชาสัตววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุเทพฯ.
Corlett R. T. 1996. Characteristics of vertebrate-dispersed fruits in Hong Kong. J. of Tropical Ecology 12: 819-833.
Corlett R. T. 1998. Frugivory and seed dispersal by vertebrates in the Oriental (Indomalayan) Region. Biol. Rev 73: 413-448.
Diamond J. M. 1974. The Island Dilemma: Lessons of Modern Biogeographic Studies For The Design of Natural Reserves. Biol. Conserv. 7.
Dorst J. 1974. The life of bird. Vol. 2. George Weidenfeld and Nicoson Ltd., London.
Gates J.E. 1997. Point Count Modifications and Breeding Bird Abundances in Central Appalachian Forests. In Ralph C.J., Sauer J.R. and S. Droege (Ed.). Monitoring Bird Populations by Point Count. Pacific Southwest Research Station, California: 135-144.
Gervais J. A., Noon B. R. and M. F. Willson. 1999. Avian selection of the color-dimorphic fruits of salmonberry, Rubus spectabilis: a field experiment. Contents OIKOS 84 (1).
Ko I. W. P., Corlett R. T. and R. J. Xu. 1998. Sugar composition of fruits in Hong Kong, China. J. of Tropical Ecology 14: 381-387.
Lekagul B. and P. D. Round. 1991. A Guide to the Birds of Thailand. 3 rded. Saha Karn Bhaet, Bangkok.
Robinson G. R. and S. N. Handel. 1993. Forest Restoration on a Closed Landfill: Rapid Addition of New Species by Bird Dispersal. Conservation Biology 7(2)
Whittaker R. J. and S. H. Jones. 1994. The role of frugivorous bats and birds in the rebuilding of a tropical forest ecosystem, Krakatau, Indonesia. J. of Biogeography 21 : 245-258.
Withmer M. C. 1999. Do avian frugivores absorb fruit sugar inefficiently? How dietary nutrient concentration can affect coefficients of digestive efficiency. J. of Avian Biology 30 (2).
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
เครือข่ายศึกษาฯ
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/07/27 00:14
ความหลากหลายในชนิดอาหารของชะนีมือ
าว
Variation in the Diets of White-Handed Gibbons (Hylobates lar)
สุพัชรินทร์ สุวรรณเกิด Supatcharin Suwannakerd
นันทิยา อัจจิมารังษี1 Nantiya Aggimarangsee
บทคัดย่อ
การศึกษาความหลากหลายในชนิดอาหารขอ
ชะนีมือขาว ณ สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์ส
ตว์ป่าถ้ำน้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอนในช่วงปี พ.ศ.2542-2543 โดยศึกษาชะนีมือขาวหนึ่งครอบครัว ซึ่งประกอบด้วยแม่ชะนีป่า ลูกชะนีวัยรุ่นและวัยทารก และชะนีเพศผู้เต็มวัยที่ค่อนข้างเช
่อง เนื่องจากถูกมนุษย์เลี้ยงมาตั้งแต่
ล็ก ซึ่งอาศัยในบริเวณสถานีแห่งนี้ พบว่าทั้งชะนีป่าแม่ลูกและชะนีค่อน
้างเชื่อง มีการกินผลไม้ในสัดส่วนที่สูงกว่าก
รกินใบไม้อ่อน ดอก และแมลง โดยพบว่าชะนีป่ากินผลไม้ 38% กินพืชจำพวกมะเดื่อและไทร 25% กินใบไม้อ่อน 19% กินดอก 10% กินแมลง 6% และกินเถาวัลย์ 2% ส่วนชะนีที่ค่อนข้างเชื่อง มีการกินผลไม้ 58% กินพืชจำพวกมะเดื่อและไทร 18% กินใบไม้อ่อน 5% กินดอก 5% กินแมลง 8% นอกจากนี้ยังกินอาหารที่ได้รับจากม
ุษย์ เช่น ข้าวเหนียว 3% และอาหารอื่นๆ เช่น ไข่ มะเขือเทศ แตงกวา ข้าวโพด ขนมอบกรอบ และ ลูกอม เป็น 3% เช่นกัน
ABSTRACT
Variation on diets of different life-style white-handed gibbons had been studied during September, 1999-August, 2000 at Tham Nam Lod Wildlife Conservation Development and Extension Center, Mae Hong Son Province in western-north Thailand. Types on diet of a mother and two offspring that live freely in the wild and an semi-tamed adult male that roamed around the station's compound had been observed. Among their diets, juicy fruits are the major food supply for both semi-tamed adult, and wild mother and her juvenile young. The wild gibbons consumed 38% on fruits, 25% on fig fruits, 19% on young leaves, 10% on flowers, 6% on insects and 2% on vines. Where as, the semi-tamed adult male consumed 58% on fruits, 18% on fig fruits, 5% on young leaves, 5% on flowers and 8% on insects. Moreover, his provisioning food consisted of 3% of glutinous rice and 3% of other food items such as chicken eggs, tomatoes, cucumber, corn, crispy snack and candies.
1ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ 50200
ผลและการวิจารณ์ผล
จากการศึกษา พบว่าชะนีมือขาวที่ดำรงชีวิตอิสระใ
สภาพธรรมชาติ มีการกินผลไม้ 38% กินพืชจำพวกมะเดื่อและไทร (Ficus spp., MORACEAE) 25% กินใบไม้อ่อน 19% กินดอกไม้ 10% กินแมลง 6% และกินเถาวัลย์ 2% โดยปกติแล้วชะนีเป็นสัตว์ที่กินผลไ
้เป็นอาหาร(frugivore) ในการวิจัยครั้งนี้พบว่าชะนีจะกินผ
ไม้ในสัดส่วนที่มากที่สุดเมื่อเที
บกับอาหารชนิดอื่นๆ เช่นเดียวกันกับชะนีมือขาวที่เขาให
่ ซึ่งมีการกินผลไม้ 47% (Bartlett, 1999) (รูปที่ 1) ในช่วงที่ผลไม้หายาก ชะนีจะเลือกกินพืชจำพวกมะเดื่อและไ
รแทน เนื่องจากพืชจำพวกนี้สลับกันออกผลิ
ผล ทำให้ชะนีสามารถหากินได้ตลอดทั้งปี ซึ่งจากการวิจัยครั้งนี้ ชะนีมีการกินพืชจำพวกมะเดื่อและไทร
ูงเป็นไปในทำนองเดียวกันกับชะนีมื
ขาวที่เขาใหญ่ (19%)(Bartlett,1999)และที่กัวลาลอมปัด (Kuala Lompat) 22% (Raemaekers, 1979) ตามลำดับ อย่างไรก็ตามสัดส่วนของการกินพืชพว
นี้ยังต่ำกว่าการกินผลไม้ ในขณะที่ชะนีมือขาวที่ เกอตามเบ (Ketambe) ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย มีการกินพืชจำพวกมะเดื่อและไทรสูงก
่าการกินผลไม้ โดยกินพืชจำพวกมะเดื่อและไทร 45% และกินผลไม้ 26% (Palombit, 1997) (รูปที่ 1)
นอกจากผลไม้แล้ว ชะนีมือขาวยังมีการกินส่วนอื่นๆของ
ืชด้วย คือการกินใบไม้อ่อน โดยชะนีมือขาวที่เขาใหญ่กิน24% (Bartlett, 1999) และที่กัวลาลอมปัดกินถึง 29% (Raemaekers, 1979) ซึ่งมีสัดส่วนในการกินสูงเช่นเดียว
ันกับชะนีที่ถ้ำน้ำลอดนี้ แต่ชะนีมือขาวที่เกอตามเบ มีการกินใบไม้อ่อนเพียงแค่ 4% (Palombit, 1997) เท่านั้น ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำมาก (รูปที่1) และ Palombit ได้กล่าวไว้ว่า ชะนีมือขาวที่เกอตามเบ กินพืชจำพวกมะเดื่อและไทรในสัดส่วน
ี่สูง เพื่อทดแทนการกินใบไม้ที่ต่ำ เนื่องจากมีใบไม้อ่อนบางช่วงฤดูเท่
นั้น ซึ่งแตกต่างจากพืชจำพวกมะเดื่อและไ
รที่ให้ผลผลิตยาวนานตลอดปี นอกจากนั้นลูกมะเดื่อและไทรยังให้พ
ังงานในอัตราที่สูงกว่าใบไม้อ่อน
ดอกของพืชก็เป็นส่วนหนึ่งที่ชะนีมื
ขาวเลือกกินแม้จะอยู่ในสัดส่วนที่
่ำก็ตาม พบว่าชะนีมือขาวที่กัวลาลอมปัด มีการกินดอกถึง 7% (Raemaekers, 1979) ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับชะน
ที่ถ้ำน้ำลอด ส่วนชะนีมือขาวที่เขาใหญ่และที่เกอ
ตมเบกินดอกในสัดส่วนที่ต่ำมากเพีย
แค่ 1% เท่านั้น (Bartlett, 1999; Palombit, 1997) (รูปที่1) นอกจากนี้แล้วในการศึกษาครั้งนี้พบ
่าชะนีมีการกินเถาวัลย์ถึง 2% โดยกัดกินตั้งแต่ยอดของเถาวัลย์ ซึ่งประกอบด้วยใบอ่อน ก้านอ่อน และดอก
Palombit (1997) กล่าวว่า ถึงแม้ชะนีมือขาวจะเป็นสัตว์กินผลไ
้ (frugivore) แต่มันก็ยังต้องการโปรตีนให้กับร่า
กาย ชะนีได้รับกรดอะมิโนบางชนิดจากพืชโ
ยการกินใบไม้อ่อน แต่ก็ยังไม่เพียงพอ ดังนั้นมันจึงกินแมลงเพื่อทดแทนกรด
ะมิโนบางอย่างที่ขาดหายไป จะเห็นได้ว่าชะนีมือขาวที่เกอเตมเบ
ินใบไม้อ่อนในระดับต่ำแต่มีการกิน
มลงในระดับสูงทดแทน โดยมีการกินแมลงถึง 24% แต่ชะนีมือขาวที่กัวลาลอมปัดและที่
ขาใหญ่ มีการกินแมลงเพียง13% (Raemaekers, 1979) และ 9% (Bartlett, 1999) ตามลำดับ ซึ่งน่าจะสอดคล้องกับการศึกษาที่ถ้
น้ำลอด คือพบว่าชะนีกินแมลงเพียง 5% ในขณะที่มีการกินใบไม้อ่อนมากถึง 19 % (รูปที่1)
จากการศึกษาการกินอาหารของทั้งชะนี
่า และชะนีที่ค่อนข้างเชื่อง "จิ้งก่อ" (ตารางที่ 1) พบว่าชะนีทั้งสอง มีการกินผลไม้ในสัดส่วนที่สูงเมื่อ
ทียบกับอาหารชนิดอื่นๆ โดยจิ้งก่อจะมีการกินผลไม้สูงกว่าช
นีป่า คาดว่าน่าจะมีสาเหตุจากการถูกเลี้ย
ดูมาโดยมนุษย์ (Provisioned) อาหารส่วนใหญ่ที่มนุษย์ให้กินมักจะ
ป็นผลไม้ จิ้งก่อจึงเกิดการเรียนรู้ที่จะกิน
ลไม้ในสัดส่วนที่สูงกว่าส่วนอื่นๆ
องพืช และพบว่าผลไม้ที่เลือกกินส่วนใหญ่เ
็นผลไม้ที่คล้ายผลไม้ทางเศรษฐกิจ เช่น ลำไยป่า มะม่วงป่า อีกทั้งมันประสบปัญหาการเดินทางไปย
งแหล่งอาหาร เนื่องจากการเดินทางบนต้นไม้ไม่คล่
งแคล่วรวดเร็วเท่ากับชะนีที่ดำรงช
วิตในธรรมชาติมาตั้งแต่แรก จึงทำให้มันดำรงชีวิตอยู่ในระดับเร
อนยอดที่ไม่สูงมากนัก ส่งผลให้สัดส่วนในการกินดอกและใบไม
อ่อนอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากทั้งใบอ่อนและช่อดอกของพื
ป่ามักจะอยู่ในระดับเรือนยอดที่สู
ซึ่งอาจส่งผลให้มันกินแมลงในสัดส่ว
ที่สูงกว่าชะนีป่าเล็กน้อย (ตารางที่ 1) โดยกินตัวอ่อนของแมลงเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ตัวหนอนที่อยู่ในใบไม้แห้งที
ม้วนงอตามพุ่มไม้ นอกจากนั้น จิ้งก่อ ค่อนข้างมีความคุ้นเคยกับมนุษย์ จึงมักได้รับอาหารเช่น ข้าวเหนียว จากแม่ค้าอยู่เสมอ โดยจะกินเป็นอาหารเย็นก่อนที่จะขึ้
ต้นไม้ที่ใช้นอนแทบทุกวัน นอกจากนี้ยังมีอาหารจำพวกไข่ไก่ และผักจำพวกมะเขือเทศ แตงกวา ข้าวโพด ขนมอบกรอบ และลูกอม เป็นต้น
จากการศึกษาพบว่าชะนีป่ามีการกินผล
ม้ที่ทยอยให้ผลผลิตแตกต่างกันไปตา
ฤดูกาล เช่น มะม่วงป่า (Mangifera caloneura Kurz.) ออกผลในช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนพ
ษภาคม ดงดำ (Alphonsea boniana Fin. & Gagnep.) ออกผลในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนา
น ลำไยป่า (Dimocarpus longan Lour.) ออกผลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงเดือ
กันยายน มะแฟน (Protium serratum Wall.(ex Colebr.) Engler. ) ออกผลตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนกระทั่
ถึงเดือนตุลาคม เสลาเปลือกบาง (Lagerstroemia venusta Wall. ex Cl.) ออกผลเดือนตุลาคมจนถึงธันวาคม โดยพบว่าชะนีมีการกินผลไม้สูงสุดใน
ดือนสิงหาคม และเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นช่วงที่พบการออกดอกและผลิใ
อ่อนน้อย
เป็นที่น่าสังเกตว่าชะนีป่านี้กินด
กมากในเดือนกันยายน 2542 โดยเป็นสัดส่วนถึง 100 % ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกกระพี้จั่น (Millettia brandisiana. ) กำลังผลิดอกขาวสะพรั่ง จึงสังเกตเห็นเพียงพฤติกรรมการกินอ
หารที่ต้นกระพี้จั่นนี้เท่านั้น ส่วนในเดือนพฤศจิกายนเป็นช่วงที่ต้
แดง (Xylia xylocarpa (Roxb.) Taub. var.kerii (Craib & Huntch.) Niels.) กำลังออกดอกจึงเห็นการกินดอกค่อนข้
งสูงเมื่อเทียบกับอาหารชนิดอื่นๆ แต่ในเดือนตุลาคม และมกราคมไม่พบการกินดอกเลย เนื่องจากเป็นช่วงที่ต้นไม้มีการออ
ผลมาก เช่นกระพี้จั่น ซึ่งมีการร่วงโรยของดอกและเกิดผลลั
ษณะเป็นฝักขึ้นแทน ทำให้ชะนีผละออกจากต้นนี้ และเดินทางไปยังต้นที่กำลังให้ผล เช่น ตะคร้อ
พบการกินพืชจำพวกมะเดื่อและไทร ตั้งแต่เดือน ธันวาคมจนถึงกรกฎาคม ซึ่งมีหลากหลายชนิดและให้ผลผลิตไม่
ร้อมกัน เช่นในเดือนธันวาคมถึงมกราคม พบว่าชะนีกินลูกไทรผา (Ficus pisocarpa Bl.) และเดื่อไทร (Ficus glaberrima Bl. var. glaberrima, ) ส่วนในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือน
รกฎาคม พบการออกผลของโพขนุน (Ficus nervosa Hey. exRoth var. nervosa.) ไทรหิน (Ficus curtipes Corn.) และผักเลือด (Ficus virens Ait. var. sublanceolta (Miq.) )
ชะนีมักเลือกกินใบอ่อนของพืช โดยพบการกินใบไม้ค่อนข้างสูงในช่วง
ดือนมกราคมจนถึงพฤษภาคม ซึ่งต้นไม้กำลังผลิ ตาและยอดอ่อนโดยจะกินใบไม้สูงสุดใน
ดือนกุมภาพันธ์ ส่วนในช่วงเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนต
ลาคมจะไม่พบการกินใบไม้เลย เนื่องจากเป็นช่วงที่ใบไม้กลายเป็น
บแก่แล้ว นอกจากนี้ชะนียังมีการกัดกินยอดเถา
ัลย์ อันประกอบด้วย ใบอ่อน ก้านอ่อน และดอก
นอกจากนี้ยังพบการกินตัวอ่อนหรือดั
แด้ของแมลงที่อาศัยอยู่ในใบไม้แห้
ที่ม้วนงอ โดยในเดือนพฤศจิกายนมีการกิน 12.5% ส่วนในช่วงมีนาคมถึงมิถุนายน เป็นช่วงที่มีแมลงตัวเต็มวัย เช่นแมลงปีกแข็ง แมลงวันทอง ผึ้งและต่อไทรมาตอมดอกและผลไม้อย่า
ชุกชุม โดยในเดือนเมษายนมีการกินแมลงสูงที
สุดถึง 16.7% ซึ่งเป็นช่วงที่ลำไยป่ากำลังออกดอก
โดยปกติแล้วชะนีจะเลือกกินผลไม้ที่
ีน้ำฉ่ำมากๆ ทำให้ได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอต
อความต้องการของร่างกาย แต่ในเดือนเมษายน2543 ซึ่งอากาศร้อนมากๆ พบว่าชะนีใช้มือจุ่มน้ำที่ขังตามโพ
งหรือรอยแตกของต้นไม้ และดูดน้ำจากมือที่เปียกนั้น ซึ่ง Ellefson (1974) เรียกการดื่มน้ำแบบนี้ว่า gibbon hand-dipping fashion
สรุปผล
จากการศึกษา ความหลากหลายในชนิดอาหารของชะนีมือ
าวที่ดำรงชีวิตอิสระในสภาพธรรมชาต
หรือชะนีป่าและชะนีมือขาวที่ค่อนข้
างเชื่องที่สถานีพัฒนาและส่งเสริมก
รอนุรักษ์สัตว์ป่า ถ้ำน้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอนนี้ พบว่าชะนีป่ากินอาหารพวกผลไม้สุก พืชจำพวกมะเดื่อและไทร ใบอ่อน ดอก แมลง และเถาวัลย์ โดยกินผลไม้ในสัดส่วนสูงที่สุด แต่ในช่วงที่ผลไม้หายาก จะกินพืชจำพวกมะเดื่อและไทรแทน เพราะในป่าแห่งนี้มีพืชตระกูลนี้หล
กหลายชนิดและให้ผลผลิตตลอดปี อีกทั้งยังกินใบไม้อ่อนในปริมาณเกื
บใกล้เคียงกับพืชจำพวกมะเดื่อและไ
ร นอกจากนี้ยังพบการกินดอกของพืชในสั
ส่วนที่ค่อนข้างสูง พบการกินตัวอ่อน ดักแด้และตัวเต็มวัยของแมลงและ ยังพบการกินเถาวัลย์อีกด้วย
ส่วนชะนีที่ค่อนข้างเชื่องซึ่งเคยถ
กมนุษย์เลี้ยงมาตั้งแต่เล็กนั้น พบว่าได้รับประสบการณ์จากมนุษย์ในก
รดำรงชีวิต ซึ่งถึงแม้ว่าจะอยู่อย่างอิสระแล้ว
็ตาม แต่ก็มักจะเลือกกินอาหารที่มีลักษณ
คล้ายกับอาหารของมนุษย์ เช่น การเลือกกินผลไม้สุกจำพวก ลำไยป่า มะม่วงป่า ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับผลไม้ทางเศรษฐ
ิจ โดยพบการกินใบไม้อ่อน หรือดอกของพืชในสัดส่วนที่ต่ำกว่าม
ก นอกจากนี้ยังมีการกินอาหารอื่นๆ ที่ไม่ใช่ผลิตผลจากป่าด้วย เช่น ข้าวเหนียว ไข่ไก่ ผักจำพวกมะเขือเทศ แตงกวา ข้าวโพด ขนมอบกรอบ และลูกอม อย่างไรก็ตามพบว่าชะนีนี้มีการกินแ
ลงในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับชะนีป่
และไม่พบการกินเถาวัลย์เลย
กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบคุณสถานีพัฒนาและส่งเสริมการอ
ุรักษ์สัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการทำวิจัยค
ั้งนี้ ตลอดจนเจ้าหน้าที่กท่านที่ช่วยอำนว
ความสะดวกและให้ความช่วยเหลือนำทา
ในการเก็บข้อมูล
ขอบคุณMr. J. F. Maxwell และคุณปราณี ปาลี แห่งหอพรรณไม้ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ให้ความอนุเคราะห์ในการจำแนกพืช
และสุดท้ายขอขอบคุณ Shell Forestry Limited Student Support Grant ที่ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยในครั้งน
้
เอกสารอ้างอิง
นริทธิ์ สีตะสุวรรณ, กนกพร กวีวัฒน์ และนันทิยา อัจจิมารังษี , 2538. คู่มือปฎิบัติการวิชาพฤติกรรมวิทยา
ั่วไป (214381). ภาควิชาชีววิทยา, คณะวิทยาศาสตร์, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,จังหวัดเชียงใ
หม่.
Aggimarangsee, N. 1992. Survey for Semi-Tame Colonies of Macaques in Thailand. Nat. Hist. Bull. Siam Soc. 40 : 103-166.
Altmann J. 1974. Observational Study of Behavior : Sampling Methods. Behaviour 49 : 227-265.
Bartlett, T. Q. 1999. Edging and Ranging Behavior of White-Handed Gibbons (Hylobates lar) in Khao Yai National Park, Thailand. Ph. D thesis, Washington University, Missouri.
Chivers, D.J. and Raemaekers J.J. 1986. Natural and Synthetic Diets of Malayan Gibbons. pp. 39-56. In Else, J.G. & Lee, P.C. (Eds.), Primates Ecology and Conservation. Cambridge University Press, Cambridge.
Ellefson, J.O. 1974. A Natural History of White-Handed Gibbons in the Malayan Peninsula. pp. 1-136. In Rambaugh D. M. (Eds.), Gibbon and Siamang. Basel, Karger 3
Gardner, S., Sidisunthorn P. and Anusarnsunthorn V. 2000. A Field Guide to Forest Trees of Northern Thailand. Kobfai Publishing Project. Bangkok.
Gittins, S. P. and Raemaekers J. J. 1980. Siamang Lar and Agile Gibbons. : 63-105 In: Chivers, D.J. (Ed.) Malayan Forest Primates Ten Years Study in Tropical Rain Forest. Plenum Press, New York .
Lekagul, B.& McNeely J. A. 1988. Mammals of Thailand, 2nded. Darnsutha Press, Bangkok,
Palombit, R. A. 1997. Inter-and Intraspecific Variation in the Diets of Sympatric Siamang (Hylobates syndactylus) and Lar Gibbons (Hylobates lar). Folia Primatol. 68: 321-337.
Raemaekers, J. 1979. Ecology of Sympatric Gibbons. Folia Primatol. 31 :227-245.
Rowe, N. 1996. The Pictorial Guide to the Living Primates. Pogonias Press, New York.
Uhde, N. L. 1997. Predation Risk in Gibbons (Hylobates lar)-A Socioecological Study in The RainForest of Khao Yai National Park (Thailand). Masters thesis. Goettingen University.
------------------------------------------------ แหล่งที่มาของข้อมูล : ภาควิชาชีววิทยาป่าไม้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ http://www.forest.ku.ac.th/forestbiology/wildlife/gibbons.htm
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
เด็กเจียงใหม่จ้าว
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/08/26 00:13
ได้ความรู้เรื่องคุณประโยชน์ของต้น
ม้มากเลยค่ะ อยากไปปลูกไทรด้วยจัง
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
แค็ปหมู+น้ำพริกหนุ่ม
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2007/10/27 15:44
โอ้โห เพิ่งรู้นะเนี่ย ในโลกมีพืชตระกูลไทรตั้ง 800 กว่าชนิด อยู่ในเมืองไทย 80 ชนิด เวลาเดินป่า ถ้าเจอต้นไทรจะพบนกนานาชนิดและสัตว
เล็กๆเยอะแยะไปหมด เช่น กระรอก ค่าง บ่าง ชะนี เห็นด้วยที่จะปลูกไทรเพื่อเพิ่มอาห
รสัตว์ หนับหนุนค่ะ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
สาวหล่ะปูน
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/01/13 03:29
ขอส่งแรงใจให้คณะทำงาน เป็นโครงการที่ดีมาก ไปร่วมกิจกรรมไม่ได้แน่นอน เพราะลำพูน-สงขลาไกลกันเหลือเกิน น้ำมันแพง เศรษฐกิจไม่น่าไว้วางใจเลยค่ะ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
ทวี ศรีเชื้อ
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/01/13 03:44
อยากทราบวิธีเพาะขยายพันธุ์ต้นไทรค
ับ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
คนบ้านเรา
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/01/13 10:23
ผมในถานะคนในพื้นที่คนหนึ่ง ก็ดีใจครับที่คนลำพูนยัให้ความสนใจ
ับโครงการนี้ และไม่คิดว่ามีเฉพาะคนลำพูนอย่างเด
ยว คงมีอีกหลายๆคนที่มีหัวใจเดียวกันแ
ะให้ ที่ให้กำลังใจคนกลุ่มหนึ่งที่เสียส
ะเวลาเพื่อสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบ
ทน ก็อยากให้คนในพื้นที่เข้าร่วมโครงก
รนี้เยอะๆรวมถึงเยาชน จะได้ซึมซับตั้งแต่เล็กๆ และร่วมประชาสัมพันธ์โครงการนี้ให้
ำเร็จลุล่วงไปด้วยดีครับ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
คนรักษ์ป่า
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/02/17 12:12
สนับสนุนด้วย เป็นกิจกรรมที่ดีมากครับ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
วิหกเสรี
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/02/20 10:15
ปลูกต้นไม้ อย่าลืมเริ่มปลูกต้นแรกในหัวใจคนด้
ยนะ เป็นกำลังใจให้ครับ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
คนภูเขา
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/02/20 12:51
....
คนภูเขารับผิดชอบป้ายปลูกป่า ..... กำลังหาคำเหมาะสมมาเขียนป้ายอยู่คร
บ
ชอบข้อความคุณวิหกเสรีครับ การปลูกป่า...ในหัวใจคน สุดยอด ๆ ๆ ๆ ครับ
คนภูเขา มีโปรแกรม ปลูกต้นไม้ ล่วงหน้าครับ เป็นทริป เล็ก ๆ ที่คงจะประทับใจใครหลายคน
คุณวิหคเสรี สนใจติดต่อเข้ามาได้ ครับจะได้แจ้งรายละเอียดคร่าว ๆให้ครับ
..............
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
กินปรี
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/02/23 01:07
สนใจอยากไปปลูกต้นไทรด้วยค่ะ ต้นไทรมีประโยชน์มาก เป็นแหล่งอาหารนกนานาชนิด สัตว์น้อยใหญ่ในป่าสามารถมีอาหารไว
กินทั้งปี
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
ผู้ชมทางบ้าน
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/02/25 11:53
สนับสนุนด้วย เป็นกิจกรรมที่ดีมากครับ......
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
คน 4ตีน หนุกหนาน
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/02/27 17:45
โคลงกาลดี ๆ แบบนี้ ขอหนับหนุนคับหนับหนุน [size=4][/size]
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
n_เจีย
Admin
 Admin
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/01 23:44
เป็นข่าวดี และน่าชื่นชมมากครับ เมื่อวานคุณชาย หนึ่งในทีมออฟโรดสี่ขา "ทีมหนุกหนาน" แวะทักทายและแจ้งข่าวดี ในวันที่ 7 มีนาคม ทางหนุกหนานทีมและผองเพื่อนจะเข้าร
วมกิจกรรมด้วยอย่างแน่นอน และพร้อมสนับสนุนในการทำกิจกรรม "ชาวภูมีรวมใจฯ" จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย 100,080 ต้น ขอบคุณทีมหนุกหนานมากมายครับ สำหรับการเข้าร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม
กับพวกเราชาวเครือข่ายศึกษาฯ และชาวลุ่มน้ำภูมีในครั้งนี้
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
n_เจีย
Admin
 Admin
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/01 23:52
ขอขอบพระคุณ ...
ศูนย์เพาะชำกล้าไม้สงขลา
อนุเคราะห์กล้าไม้ จำนวน 2,000 ต้น ดังต่อไปนี้
สะเดาเทียม 500 ต้น ยางนา 500 ต้น พะยอม 500 ต้น ตะเคียน 500 ต้น
สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ 16 โครงการหมู่บ้านรักษ์ป่า ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (หมู่บ้านสีเขียว) ปี 2550
อนุเคราะห์กล้าไม้ จำนวน 2,500 ต้น
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา
อนุเคราะห์กล้าไม้ไทร (กิ่งตอน) 200 ต้น และ กิ่งชำ 300 ต้น
เครือข่ายเกษตรบ้านห้วยโอน (บังหะเส็ม)
อนุเคราะห์กล้าไม้พื้นบ้าน จำนวน 350 ต้น
กำซำ 50 ต้น กะท้อนบ้าน 50 ต้น มะม่วงคัน 50 ต้น เหรียง 50 ต้น พลา 50 ต้น เนียง 50 ต้น สะตอ 50 ต้น
กลุ่มอนุรักษ์ป่าต้นน้ำเขาพระ
อนุเคราะห์กล้าไม้พื้นบ้าน จำนวน 200 ต้น
กล้วยเถื่อน (กล้วยป่า) 150 หน่อ ท่อมขี้หมู 50 ต้น
ประชาคมรักษ์คลองตะเคียน (โครงการ 3 ประสาน บ้าน วัด โรงเรียน สร้างครอบครัวต้นแบบ ต.คูหาใต้)
อนุเคราะห์กล้าไม้พื้นบ้าน จำนวน 200 ต้น
มะม่วงคัน 50 ต้น มะมุด 50 ต้น เงาะบ้าน 50 ต้น กำซำ 50 ต้น หมากเม่า 50 ต้น หว้า 50 ต้น
โครงการ "สร้างรั้วที่บ้าน สืบสานประเพณี"
อนุเคราะห์กล้าพันธุ์กะพ้อ จำนวน 50 ต้น
คุณซีฮัด รองประธานแผนชุมชน ต.กำแพงเพชร
อนุเคราะห์กล้าไม้พื้นบ้าน จำนวน 200 ต้น
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
หนุกหนาน 999 ชาย
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/06 20:21
Dear N. Jear พรุ่งนี้หนุกหนานพร้อมครับ จะให้เตรียมอะไรไปบ้าง จอบ เสียม หรือ เลื่อยเครื่อง
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
n_เจีย
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/07 01:38
หวัดดีหนุกหนานทีมครับ วันนี้เข้าไปเตรียมพื้นที่ทั้งวัน เพิ่งได้เปิดดูกระทู้ครับ
จอบ เสียม โอเชคร๊าบบ แต่เลื่อยเครื่องดูจะโหดไปคับ 555 ขอแค่ตัวและหัวใจก็พอคับ
พรุ่งนี้กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่ 7.30 น เป็นพิธีทำบุญป่า ทั้งอิสลามและพุทธ ทำพร้อมกัน 9.00 น จะเป็นพิธีเปิดโดยท่ายนายอำเภอ 9.30 - 12.00 เป็นกิจกรรมปลูกต้นไม้ ขณะนี้ต้นไทรจากวิทยาลัยเกษตรและขอ
บังหะเส็มและไม้พื้นบ้านหลากหลายช
ิด ที่มีบริจาคเข้ามา เตรียมพร้อมอยู่ที่เรือนเพาะชำโตนห
ากลิ้งแล้วครับ ตอนเที่ยงมีขนมจีนน้ำยาเลี้ยง 13.00 - 16.30 เวทีเสวนาคนรักษ์ป่ารักษ์น้ำ ในประเด็น "ลุ่มน้ำภูมีวิกฤต จริงหรือ ???" 17.00 - 22.00 ฟรีคอนเสิร์ตแหลงเพลงเล่าเพลง
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
เด็กรักษ์ป่า
Visitor
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/09 11:15
ได้ไปร่วมปลูกต้นไม้กับพี่ๆแล้วค่ะ ประทับใจมาก ได้ปลูกต้นไทร และคุณครูนำพวกเราขึ้นไปชมวิวเมือง
ัตภูมิด้วย สวยมาก เห็นเขาจุ้มปะเล็กนิดเดียว อยากให้พี่ๆจัดกิจกรรมแบบนี้อีกบ่อ
ๆค่ะ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
parhuwat50
User
 Platinum Boarder
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/09 13:46
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
parhuwat50
User
 Platinum Boarder
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/09 13:56
ร้อยเรียงเรื่องราวกล่าวขานภาพแห่ง
รรมชาติและมนุษย์ร้อยดวงใจเป็นหนึ
ง จากวันที่ 7 มีนาคม 2551 ที่ผ่านมา กับโครงการปลูกไทร 100,080 ต้น ถวายพ่อ ครั้งที่ 1 ณ น้ำตกโตนหมากลิ้ง เป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์แห่งพื้นถ
่นชาวบ้านในเขตพื้นที่เขาแก้ว พ่อเฒ่าแม่เฒ่าหิ้วชั้นมาตั้งแต่เช
าเพื่อนำมาถวายพระ ณเวลานั้นบรรยากาศเย็นสบายคล้ายกับ
ป็นสิ่งบ่งบอกถึงความยินดีของธรรม
าติ ผู้คนทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ใจดีจากท
่วสารทิศเริ่มเข้ามายังงานไม่ขาดส
ย จากกลุ่มกนึ่งเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่ง นกลับกลายว่าพื้นที่จัดงานนั้นคับแ
บไปถนัดตา เสียงสวดดูอาของพี่น้องมุสลิมสำเนี
งเสียงแพร่กระจายไปทั่วราวป่า เสียงสวดพุทธมนต์ยิ่งตรึงให้เกิดคว
มสงบ ถ้าธรรมชาติรับรู้ได้ในขณะนั้นคงยิ
ดีปรีดากับสิ่งที่เกิดขึ้น มือน้อยๆของเยาวชนและผู้ใหญ่ใจดี หยิบกล้าไม้คนและต้นสองต้นพร้อมกับ
อยยิ้มเพื่อนำไปปลูกยังโซนต่าง ๆ ทุกภาพที่เกิดอาจะบรรยายด้วยภาษาไม
ได้แต่ทุกภาพคือ สิ่งที่บังเกิดขึ้นแล้ว ณราวป่าเขาแก้ว parhuwat[size=4][/size]
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
parhuwat50
User
 Platinum Boarder
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/09 13:59
write a story is well-known nature picture and hundred heart human are number one , from date 7 March 2551 preceding , with the project grows 100,080 banyan trees , dedicate a father , time that 1 at , big areca nut waterfall chips , be history local villagers picture in his glass area , old old woman man carries come to early in the morning for bring to dedicate a monk , at that atmosphere time is cool resemble with is the thing implies the gladness in the nature , both of youth people and kindhearted adult from all directions begin to come in still the work continuously , from the group steams to enhance again the one group , secret bird changes to that , the area arranges restricted that go to obviously , the pray sound sees your younger brother Muslim intonation sound uncle spreads to go to throughout the edge of a forest , pray Buddha spell sound extremely bind is born the calmness , if , the nature can acknowledge at that time may is glad is delighted with the thing that happens , a little hand of the youth and kindhearted adult , pick two person seedling and and the smile for induce to grow still the zone differ , , every a picture that is born an uncle will narrate with the language no but , every a picture is , the thing has that to originate go up already , at edge of a his glass forest ,
parhuwat ,
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
parhuwat50
User
 Platinum Boarder
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/09 14:14
จุดเริ่มประวัติศาสตร์แห่งการปลูกไ
ร 100,080 ต้น เกิด ณ ที่นี้
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
parhuwat50
User
 Platinum Boarder
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/09 15:54
เปิดป้ายแบบธรรมชาติ สุดยอดแนวคิดพี่นัฐ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
parhuwat50
User
 Platinum Boarder
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/09 15:59
น้องๆกลุ่มเยาวชนต้นกล้ารักษ์ป่า-
รักษ์น้ำ
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
parhuwat50
User
 Platinum Boarder
|
ตอบ:โครงการ "ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ...ถวายพ่อฯ" - 2008/03/09 16:07
ท่านนายอำเภอกล่าวเปิดงาน ภูมีรวมใจปลูกไทร 100,080 ต้น ให้พ่อ ครั้งที่
|
|
|
| | The administrator has disabled public write access. |
|